คู่มือสร้างธุรกิจโรงแรมให้ประสบความสำเร็จ
•
แบ่งปันกับชุมชนของคุณ
ธุรกิจโรงแรมคืออะไร?
ธุรกิจโรงแรม คือ ธุรกิจให้บริการที่พักและบริการ (Hospitality & Service) ลองนึกภาพการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพลิดเพลินกับวันหยุดพักผ่อนตามเทศกาลตลอดปี มีโอกาสพบปะผู้คนใหม่ๆ ได้ทุกวัน ฟังดูน่าสนุกดีนะ ว่าไหม?
หากได้เรียนรู้วิธีดำเนินธุรกิจโรงแรมให้ประสบความสำเร็จอย่างถูกต้อง คุณจะดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่คุ้มค่าพร้อมผลกำไรที่หอมหวาน ซึ่งการเริ่มต้นทำธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก ถือเป็นหนึ่งในความฝันของใครหลายๆ คน หากคุณเริ่มคิดจริงจังกับสิ่งนี้ ได้เวลาวางแผนและเตรียมตัวเพื่อให้โรงแรมในฝันของคุณกลายเป็นจริงไปพร้อมๆ กับเรา
ในบล็อกนี้ เรารวบรวมตัวช่วยตัดสินใจในการเริ่มต้นธุรกิจไปจนถึงขั้นตอนสำคัญในการสร้างธุรกิจโรงแรมให้ประสบความสำเร็จ
เปิดโรงแรมของคุณด้วยซอฟต์แวร์รวมทั้งหมด
การเริ่มต้นโรงแรมอาจดูซับซ้อน แต่การใช้โซลูชันการจัดการทรัพย์สินรวมทั้งหมดจะช่วยทำให้ทุกอย่างเรียบง่ายขึ้นสำหรับคุณและแขกของคุณ
ศึกษาเพิ่มเติม
ธุรกิจโรงแรมเหมาะกับคุณหรือไม่?
ธุรกิจโรงแรม เหมือนเป็นไลฟ์สไตล์และการตัดสินใจที่ดีในหลายๆ ด้าน แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป การต้องรับมือกับสายเรียกเข้าแทบจะตลอดเวลา คอยดูแลเอาใจใส่แขกตลอด 24 ชั่วโมง ไหนจะต้องจัดการเรื่องความสะอาด ค่าบำรุงรักษาระยะยาวที่ไม่มีวันจบสิ้น เป็นแรงกดดันที่เจ้าของธุรกิจแรงกดดันต้องเจอ
ซื่อสัตย์กับตัวเอง แล้วลองพิจารณาดูว่า ตัวคุณมีบุคลิกภาพ แรงจูงใจ แนวทางและทัศนคติกับธุรกิจลักษณะนี้หรือไม่? พร้อมสู้ให้ธุรกิจโรงแรมของคุณก้าวสู่เส้นชัยความสำเร็จไปตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า?
ตลาดโรงแรมกว้างใหญ่แค่ไหน?
หากคุณกำลังคิดจะเข้าสู่ตลาดโรงแรมแล้วล่ะก็ คุณน่าจะรู้เป็นนัยๆ อยู่แล้วว่าเป็นอุตสากรรมที่กว้างใหญ่และมีรูปแบบหลากหลาย โรงแรมและรีสอร์ทกว่า 700,000 แห่งทั่วโลก ให้บริการห้องพักกว่า 4 ล้านห้อง มีมูลค่าของตลาดมากกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลกในแต่ละปี
ตลาดโรงแรมให้บริการแขกทุกประเภท ตั้งแต่ที่พักราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมบูติก โรงแรม B&B และภายใต้การแข่งขันมากมาย โรงแรม Hilton ติดอันดับแบรนด์โรงแรมที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 35% แม้อยู่ในช่วงโรคระบาด และ Airbnb ถือเป็นแบรนด์ Tourism & Leisure ที่มีมูลค่ามากที่สุดถึง 10.5 พันล้านดอลลาร์
ข่าวดีคือตลาดโรงแรม คาดการณ์ว่าจะมีการฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์ COVID-19 แต่แม้ว่าตลาดจะอยู่ในเชิงบวก คุณก็ยังต้องจัดการงานบริหารเพื่อให้โรงแรมมีผลกำไรไปตลอดรอดฝั่งอยู่ดี
ธุรกิจโรงแรมสร้างกำไรได้อย่างไร?
ธุรกิจโรงแรม สร้างกำไรได้จากการขายห้องพักให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด และรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย นี่แหละ คือ “กำไร” คุณควรคาดการณ์พร้อมวางแผนการเงินให้ชัดเจนว่าโรงแรมของคุณจะสร้างกำไรได้อย่างไร
วิธีสร้างกำไรให้เข้าเป้าอย่างยั่งยืน ควรพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้ :
• เพิ่มรายได้ (เช่น พัฒนากลยุทธ์การตั้งราคาห้องพัก, ให้ความสำคัญกับการตลาด หรือ เพิ่มรายได้จากการเปิดรับเช่าห้องประชุมขนาดใหญ่)
• ลดค่าใช้จ่าย (เช่น เลือกการซ่อมแซมแทนการซื้อใหม่, ใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้ระบบเป็นแบบอัตโนมัติ หรือ ซื้อของปริมาณมากที่มักได้ราคาถูกกว่าปกติ)
ต้นทุนโรงแรมสำหรับผู้เริ่มต้น
สิ่งแรกที่จะสานฝันธุรกิจโรงแรมของคุณให้เป็นจริง คือ เงินทุน แล้วการสร้างโรงแรม ใช้เงินเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายรายวันมากน้อยแค่ไหน คุณจะต้องเตรียมอะไรบ้าง? มาดูกันเลย
สร้างโรงแรม ใช้เงินลงทุนเท่าไหร่?
ข้อมูลจากสหรัฐอเมริกา การสร้างโรงแรม งบประมาณอยู่ที่ $323,500 ต่อห้องสำหรับการให้บริการแบบ full-service สำหรับการประเมินค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาจต้องใช้เงินถึง $2.5 ล้าน ในการสร้างโรงแรมระดับ 4 ดาวขนาดกลาง แน่นอนว่า ทำเล ขนาด และสไตล์การตกแต่ง มีส่วนสำคัญต่อการผกผันของเงินทุนด้วย
ข่าวดีสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก คือ คุณไม่จำเป็นต้องทุนหนาขนาดนั้น หากคุณกำลังสงสัยว่าจะเริ่มต้นทำธุรกิจโรงแรม ฉบับงบน้อย เงินทุนไม่เยอะมากอย่างไร เราแนะนำให้มองหาพื้นที่สนามหลังบ้านของคุณ ทำการกู้ยืมเงินเพื่อสร้างบ้านเช่าเล็กๆ 1 – 2 หลัง แล้วเข้าร่วมโปรโมทกับแพลตฟอร์ม Airbnb วิธีนี้เป็นวิธีที่รวดเร็วและค่าใช้จ่ายไม่สูงมากในการเข้าสู่อุตสาหกรรมโรงแรม
ค่าใช้จ่ายรายวันของธุรกิจโรงแรม
ค่าใช้จ่ายของธุรกิจโรงแรม ส่วนใหญ่มาจากค่าเช่าอิงจากทำเล ภาษีและค่าธรรมเนียม ค่าจ้าง ค่าคนงาน สิ่งของและวัสดุ ระดับความหรูหราของที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก และอื่นๆ อีกมากมาย
ไม่มีคำตอบเป็นตัวเลขที่แน่นอนสำหรับคำถามนี้ วิธีคำนวณค่าใช้จ่ายรายวันที่ดีที่สุด คือ การระบุต้นทุนทั้งหมด มาแปลงเป็นตัวเลขต่อวัน เป็นสิ่งที่ทุกๆ โรงแรมควรทำ เพราะค่าใช้จ่าย ถือเป็นพื้นฐานในการตั้งราคาห้องพักของคุณ
วิธีเริ่มธุรกิจโรงแรม | ค้นพบวิธีที่คุณสามารถจัดการโรงแรมของคุณอย่างประสบความสำเร็จด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยีวันนี้
ปัจจัยสำคัญในการเริ่มต้นธุรกิจโรงแรม
คุณอาจรู้สึกอยากเริ่มสร้างธุรกิจโรงแรมเร็วๆ แล้ว แต่อย่าเพิ่งรีบร้อน มีจุดที่คุณต้องให้ความสำคัญและไม่สามารถละเลยได้ นั่นก็คือ ขั้นตอนการวางแผน
และนี่คือ ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อเริ่มต้นธุรกิจโรงแรม มาดูคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีเริ่มต้นธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก และวิธีดำเนินงานที่จะเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้กับธุรกิจคุณกัน!
1. พิจารณาว่าจะเปิดโรงแรมใหม่หรือซื้อโรงแรมมือสอง
คุณกำลังสนใจที่พักตามต่างจังหวัดและเกสเฮ้าส์อยู่หรือเปล่า? หรือ คุณทำงานด้าน Hospitality เป็นเวลาหลายปีแล้วมีภาพชัดเจนว่าต้องการสร้างโรงแรมบูติกที่มีสไตล์โดดเด่น พร้อมอุดช่องว่างในตลาดหรือไม่?
แรงจูงใจ เป้าหมาย และงบประมาณ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีที่สุด และอย่าลืมว่า การซื้อโรงแรมมือสอง ยังต้องมีการปรับเปลี่ยน และการทำงานเพิ่มเติมเพื่อให้มีสไตล์เป็นไปตามที่คุณคาดหวังไว้
2. สร้างแผนธุรกิจโรงแรมที่ชัดเจน
ตัดความลังเล ทิ้งความสงสัย และมาโฟกัสวิธีสร้างผลกำไรบนพื้นฐานความเป็นจริงด้วยการสร้างแผนธุรกิจโรงแรม
แผนธุรกิจโรงแรม จะช่วยให้คุณรู้จักจุดเริ่มต้น สร้างแผนงานจริง รับสมัครพนักงานและมองหาคู่ค้าที่เหมาะสม รวมถึงวิธีทำการตลาด ติดตามกลุ่มเป้าหมาย และผลักดันการดำเนินธุรกิจไปข้างหน้าและพัฒนาให้ดีขึ้น
แผนธุรกิจโรงแรม ควรมีเนื้อหาครอบคลุม ดังนี้ :
• แผนการสรุปภาพรวมธุรกิจ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าหมายที่ชัดเจน
• วิเคราะห์อุตสาหกรรมและตลาด
• การวิเคราะห์คู่แข่งทางการตลาด
• บริการและสิ่งอำนวยความสะดวก
• การดำเนินงานและการจัดการ
• การตลาด
• การจัดจำหน่าย รายได้ และราคา
• การเงิน
3. กลยุทธ์และการวางแผนการเงิน
ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นแบบไหน การเงิน คือ สิ่งสำคัญที่ควรโฟกัสมากที่สุด ไม่ว่าจะก่อนเริ่มต้น ระหว่างดำเนินงาน และหลังการเปิดตัวโรงแรมไปแล้ว การคิดคำนวณอาจเป็นเรื่องปวดหัว แต่ก็ละเลยไม่ได้ เพราะเปรียบเสมือนสูตรสำเร็จของความสุขในระยะยาว…
เพราะฉะนั้น จับปากกา กระดาษ และเครื่องคิดเลข พร้อมลิสต์สิ่งเหล่านี้ลงไปได้เลย :
ต้นทุนเริ่มต้น:
• การซื้อกิจการหรือทรัพย์สิน
• ค่าเช่า
• ค่าลงทะเบียนธุรกิจ
• ค่าดำเนินการทางกฎหมาย
• การบัญชี
• ค่าใช้จ่ายสำหรับเปิดตัวโรงแรมใหม่
• ค่าประกัน
• ค่าตกแต่งหรือรีโนเวท
• ค่าโทรศัพท์และสาธารณูปโภค
• จัดทำเว็บไซต์
• สต๊อกสินค้า
• อุปกรณ์แผนก Front Office
• ป้ายโรงแรม
• เฟอร์นิเจอร์ในห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง:
• ค่าเช่า
• เงินผ่อนคืนธนาคาร
• เงินเดือนและค่าจ้างพนักงาน
• ค่าโทรศัพท์และสาธารณูปโภค
• ค่าทำความสะอาด
• ค่าบำรุงรักษา
• ค่าทำเว็บไซต์และระบบไอที
• ค่า CCTV และระบบรักษาความปลอดภัย
• ค่าดำเนินการอื่นๆ
รายได้:
• คาดการณ์จากการวิเคราะห์ตลาด
• จำนวนห้องว่าง
• ราคาเฉลี่ยของราคาห้องพัก
• อัตราการเข้าพักที่คาดการณ์ไว้
• ค่าอาหารและเครื่องดื่ม
• ค่าเช่าห้องประชุม
4.ศึกษาตลาดและวิเคราะห์คู่แข่ง
อิทธิพลที่ส่งผลต่อตลาดโรงแรม มีตั้งแต่สภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ โรงแรมคู่แข่งไปจนถึงเทรนด์ใหม่ๆ และสภาพเศรษฐกิจ คุณควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงปัจจัยสำคัญ ทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็กที่อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจโรงแรม
พร้อมศึกษาจุดเด่นที่แตกต่างระหว่างตัวคุณกับคู่แข่ง และวิเคราะห์ว่าคุณสามารถใช้ไม้เด็ดนั้นให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร
SWOT analysis เป็นตัวช่วยวางกรอบการทำงานที่ดี ซึ่ง SWOT analysis เป็นแนวทางวิเคราะห์ศักยภาพที่คุณสามารถทำความเข้าใจได้ตามหลักการ 4 ข้อ :
• (S) ระบุและสร้างจุดแข็ง (Strength)
• (W) เรียนรู้การทำงานกับจุดอ่อนของคุณ (Weaknesses)
• (O) ใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ (Opportunities)
• (T) การรับมือกับความเสี่ยง (Threats)
5.พัฒนาเอกลักษณ์และแบรนด์โรงแรมให้โดดเด่น
เมื่อคุณได้ทำความรู้จักกับอุตสาหกรรมและคู่แข่งแล้ว คงจะเห็นภาพโรงแรมในฝันของคุณชัดขึ้น โรงแรมสไตล์ไหนที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ และวิธีวางตำแหน่งธุรกิจของคุณในตลาดนี้
ต้องบอกว่าเอกลักษณ์ของแบรนด์ เป็นส่วนที่สำคัญเป็นลำดับต้นๆ สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์โรงแรม ส่งผลต่อความรู้สึกของแขกทั้งผ่านช่องทางออนไลน์และสถานที่จริง เปรียบเสมือนเรื่องราวละคุณค่าที่คุณอยากเล่าให้พวกเขารับฟัง
ซึ่งภาพลักษณ์ของแบรนด์ จะช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ใช่มาใช้บริการที่คุณ และแน่นอนว่าตัวตนนี้ สามารถสร้างประสบการณ์ล้ำค่าที่ยากจะลืมให้กับแขกของคุณได้เช่นกัน การสร้าง Brand Identity เริ่มต้นจากหาแรงบันดาลใจจากแบรนด์ที่คุณชื่นชอบ และสังเกตว่าสิ่งที่พวกเขาจับภาพลักษณ์ของแบรนด์บนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียได้อย่างไร
จากนั้น ระดมความคิด วิเคราะห์เจาะลึก เพื่อจัดทำแนวทางเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของโรงแรมของคุณ ให้ครอบคลุมสิ่งต่างๆ เช่น โลโก้ โทนสี แบบอักษร รูปภาพ และน้ำเสียง
เปิดธุรกิจโรงแรมของคุณอย่างถูกต้อง
ดูว่าคุณสามารถจัดการกิจกรรมโรงแรมได้อย่างง่าย ให้ประสบการณ์ที่ดีให้แขก และเพิ่มรายได้จากห้องพัก
ดูการสาธิตอย่างรวดเร็ว
6.ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม
การเริ่มต้นธุรกิจโรงแรมอย่างเป็นทางการ ควรลงทะเบียนรับใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากไม่อยากมีปัญหาปวดหัวตามมา เก็บรายละเอียดให้เรียบร้อยเพื่อทำธุรกิจอย่างสุจริต
เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการสอบถามวิธีขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมผ่านหน่วยงานในจังหวัด หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และสมาคมโรงแรมในพื้นที่หรือประเทศของคุณ
7.เปิดรับสมัครและฝึกอบรมพนักงานโรงแรม
สำหรับโรงแรมขนาดเล็ก คุณอาจจะฝึกอบรมพนักงานด้วยตัวเอง ยิ่งคุณใช้ระบบซอฟต์แวร์บริหารโรงแรมแล้วล่ะก็ สอนการใช้งานอย่างละเอียดตามที่คุณศึกษามาจะดีที่สุด
หากวันเปิดตัวโรงแรมใกล้เข้ามาแล้ว คุณอาจจะเห็นสิ่งที่ขาดได้ง่านขึ้น อย่างการจ้างทำบัญชี Outsource พนักงานบัญชีมืออาชีพ หรือ การจ้างเชฟทำอาหาร พนักงานทำความสะอาด และพนักงานต้อนรับ
ใช้แผนธุรกิจโรงแรมที่คุณเขียนไว้เพื่อสร้างลิสต์งานที่จำเป็นต้องมีผู้ชาน และต้องการความเชี่ยวชาญพิเศษที่ยังมีช่องว่างอยู่ นำลิสต์เหล่านั้นมาเขียนรายละเอียด Job Description หรือ ลักษณะงาน แล้วประกาศรับสมัครตามโซเชียลมีเดียวหรือเว็บไซต์รับสมัครงานต่างๆ ได้เลย
และอย่าลืมตั้งคำถามในการคัดกรองพนักงานก่อนจะรับสัมภาษณ์ เพื่อสแกนหาทีมงานที่ตอบโจทย์คุณให้ได้มากที่สุด หลังจากผ่านการคัดกรองรอบแรกแล้ว ยิงคำถามเชิงลึก เพื่อทำความรู้จักกับตัวตนและความสามารถที่แท้จริงของผู้สมัคร
เมื่อคุณเจอคนที่ตอบโจทย์กับลักษณะงานแล้ว เหมือนจะจบลงด้วยดี แต่ก็ยังไม่จบ เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น คุณยังต้องมีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานให้อยู่ในสภาพแวดล้อมเชิงบวกและเกิดผลลัพธ์ที่ดีตามมา
8.ตรวจสอบสิ่งจำเป็นในการดูแลและบริหารจัดการโรงแรม
มีหลายสิ่งที่ต้องครอบคลุมเข้าสู่การบริหารโรงแรมอย่างจริงจัง เช่น การจัดการการจองห้องพัก การเช็คอินและเช็คเอาท์ ห้องพักและห้องว่าง ราคา การสื่อสารกับแขก เว็บไซต์โรงแรม ช่องทางการจองอื่นๆ การดูแลทำความสะอาด การบำรุงรักษา ค่าน้ำค่าไฟ และอื่น ๆ.
มีวิธีจัดการสิ่งเหล่า อาจนึกถึงปากกา กระดาษ หรือ Excel spreadsheet แต่ทุกวันนี้ เจ้าของโรงแรมจำนวนมาก เลือกใช้เทคโนโลยีจัดการโรงแรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับแขกไม่น้อยเลยทีเดียว
วิธีสร้างธุรกิจโรงแรมให้ประสบความสำเร็จ
มาถึงจุดสุดท้ายของการวางแผนเตรียมความพร้อมสู่โลกแห่งธุรกิจโรงแรม มาดูกันเลยว่า คุณจะเริ่มสร้างแผนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร
1.การตลาดโรงแรม (Hotel Marketing)
แผนธุรกิจ ควรครอบคลุมกลยุทธ์การตลาดรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปีล่วงหน้า รวมถึงช่วงเปิดตัวธุรกิจ ณ จุดนี้ คุณจะต้องพรีเซนต์ตัวตน สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ และสร้างกระแสให้น่าสนใจเกี่ยวกับการเปิดตัวโรงแรมที่กำลังจะมาถึง
ในช่วงเปิดตัวแรกๆ เป้าหมายทางการตลาดและกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ อาจรวมถึง:
• การได้รับรีวิวออนไลน์ครั้งแรก
• การเข้างานกับอินฟลูเอนเซอร์ในโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์จองห้องพัก
• การทำโฆษณาผ่าน Google Hotel Ads
• การตลาดโซเชียลมีเดีย
2. การเปิดตัวโรงแรม
การเปิดตัวโรงแรมพร้อมให้บริการจริง ถือเป็นโอกาสเข้าถึงแขกและรักษาความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนและผู้คนในพื้นที่
พยายามสร้างรูปแบบให้เข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์มากที่สุด จะเป็นแนวหรูหรา โชว์ลูกเล่นเจ๋งๆ ให้สมกับโรงแรมระดับห้าดาว? หรือมาในรูปแบบปาร์ตี้อาหารเย็นแสนเรียบง่ายที่เน้นความยั่งยืนและช่วยให้ผู้คนได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศอันเงียบสงบ?
ไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัวรูปแบบไหน ควรสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดกระแสเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว ติดต่อสื่อในพื้นที่ร่วมสร้างคอนเทนต์เปิดงาน พร้อมเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานให้แชร์บรรยากาศ ความประทับใจลงบนโซเชียลของพวกเขาเอง
3. การรับแขก
หากคุณสร้างแผนการตลาดดึงลูกค้าได้สำเร็จ แขกต่างๆ ก็น่าจะหลั่งไหลเข้ามาใช้บริการโรงแรมของคุณตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวโรงแรมเลยล่ะ
และสิ่งเหล่านี้ คือ ตัวช่วยบริหารจัดการโรงแรมเพื่อให้บริการกับแขกได้อย่างมีประสิทธิภาพ:
• สร้างกลยุทธ์การกำหนดราคาให้ถูกต้อง
• พัฒนาระบบหน้าเคาน์เตอร์
• เพิ่มอันดับ TripAdvisor ของโรงแรมคุณ
• ลงทุนกับ SEO
• โปรโมตการจองระหว่างประเทศ
• สร้างอีเมล์แคมเปญ
4. สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ให้มั่นคง
นักท่องเที่ยวยุคใหม่ หันมาจองห้องพักเองผ่านทางออนไลน์มากขึ้น พวกเขาเช็กโรงแรมผ่านเว็บไซต์ OTA ต่างๆ เพื่อให้ได้สไตล์ที่พักและราคาที่ดีที่สุด พร้อมพิจารณาผ่านคะแนนดาว อ่านรีวิว เช็กแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงเช็กโปรโมชัน ข้อเสนออื่นๆ จากการจองโดยตรงอีกด้วย
การบริหารโรงแรมให้สำเร็จได้ในยุคดิจิทัลนี้ ควรจัดการช่องทางออนไลน์ให้มั่นคง น่าเชื่อถือ ซึ่งรวมถึงการอัปเดตบนโซเชียลอย่างสม่ำเสมอ ต้องติดตามและตอบกลับรีวิวจากแขก บริหารจัดการลิสต์รายชื่อบนแพลตฟอร์มจองห้องพักให้ถูกต้องและทั่วถึงทุกช่องทาง และไม่ลืมที่จะสร้างเว็บไซต์ให้สวย น่าสนใจ พร้อมระบบรองรับการจองโรงแรมโดยตรง หากแขกต้องการจองผ่านเว็บไซต์ของคุณ
เริ่มต้นธุรกิจโรงแรมของคุณด้วยซอฟต์แวร์รวมทั้งหมดที่คุณสามารถลองใช้ฟรี
จะดีกว่าไหม หากคุณได้ระบบบริหารจัดการโรงแรมออนไลน์ฟรีๆ ช่วยลดภาระงานทั้งด้านแอดมิน และงานทั่วไปเพิ่มขึ้นนับไม่ถ้วนในแต่ละวัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Little Hotelier ซอฟต์แวร์ดีๆ ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้คุณ
Little Hotelier เป็นระบบจัดการโรงแรม All-in-one สำหรับธุรกิจโรงแรมอิสระโดยเฉพาะ ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ “การเริ่มต้นธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก” เป็นเรื่องง่ายขึ้น
• จัดการ OTAs ได้ในที่เดียว: ระบบจัดการโรงแรม Little Hotelier สามารถทำงานร่วมกับเว็บไซต์ OTAs กว่า 450+ รายการ รวมข้อมูลจากทุกแหล่งให้อยู่ในพอร์ทัลเดียว คุณสามารถอัปเดตราคาห้องพัก ห้องว่าง และรายละเอียดได้ภายในไม่กี่คลิก!
• ระบบหน้าเคาน์เตอร์ที่มีเสถียรภาพ: ด้วยการทำงานอัตโนมัติของระบบหน้าเคาน์เตอร์ Little Hotelier จะช่วยแบ่งเบาความยุ่งยาก ช่วยประหยัดเวลาในงานส่วนนี้ ให้คุณมีเวลาสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับแขกของคุณ
• เพิ่มการจองตรง: ทำไมต้องเสียค่าคอมมิชชัน 15%-25% ไปกับเว็บไซต์ OTAs ในเมื่อระบบจองตรงของ Little Hotelier สามารถรับรายการจองผ่านเว็บไซต์โรงแรมของคุณโดยตรงได้? เพิ่มรายได้เข้ากระเป๋าได้เพิ่มขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์เลย
และสถิติตัวเลขที่ชัดเจนของผู้ใช้งาน Little Hotelier ชี้ให้เห็นว่า คุณสามารถประหยัดเวลา 35 นาทีต่อ 1 รายการจอง และยังเพิ่มยอดจองห้องพักสูงถึง 46% และมีรายได้เพิ่มขึ้น 43%





























ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น